ความลี้ลับเกี่ยวกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

นี่คือเหตุการณ์ประหลาดเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริงๆ บนพิภพของเรานี้ ณ บริเวณที่เรียกกันว่า “สามเหลี่ยมปิศาจ เบอร์มิวด้า” (Bermuda Triangle)…ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน เพราะมันเป็นบริเวณดินแดนอาถรรพณ์ อันเป็นที่ล่ำลือกันว่าเต็มไปด้วยความลี้ลับ มันเป็นดินแดนที่กลืนกินชีวิตมนุษย์และเรือเดินทะเลที่กลืนกินชีวิตมนุษย์และเรือเดินทะเล เครื่องบินที่โชคร้ายบังเอิญผ่านเข้าไป…ก็อาจหายสาบสูญไปอย่างไม่มีร่องรอยให้เห็นอีกเลยเรื่องราวที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้ ก้อยังคงเป็นเรื่องที่น่าพิศวงอยู่จนถึงกระทั่งปัจจุบัน เกี่ยวกับเจ้าสามเหลี่ยวเบอมิวด้า(Bermuda Triangle) บางคนอาจจะรู้จักกันแล้วนะคะ สำหรับเจ้าน่านน้ำปริศนาแห่งนี้ สามเหลี่ยมเบอมิวด้าเป็นการบรรจบกัน หรือว่าเป็นการลากเส้นสมมุติเพื่อกำหนดอาณาบริเวณในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยการลากเส้นจากฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา สู่เกาะเบอร์มิวด้า สู่เกาะเปอร์โตริโก้ แล้วก้อ วกกลับมาที่ฟลอริด้าอีกทีนึง จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมได้อย่างพอดิบพอดีแถมทำมุม60 องศาในแต่ละด้านเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าซะด้วยสิไอ้เจ้าสามเหลี่ยมแปลกๆ นี่ล่ะ ที่ถือว่าเป็นปริศนาแห่งศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว ถึงจนกระทั่งปัจจุบัน

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า บางคนอาจจะเรียกว่าดินแดนมรณะ เนื่องจากมีผู้คนที่ขับเรือบ้าง ขับเครื่องบินบ้างหลงเข้าไปในอาณาเขตอันกว้างใหญ่นี้แล้วหายสาปสูญไปอย่างไร้สาเหตุ บางคนก้อบอกว่าสาเหตุมาจากเจ้ามนุษย์ต่างดาว ไม่ก้อมนุษย์ที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรบริเวณนั้น บ้างก้อบอกว่า มาจากบรรดาวิญญาญ เหล่าปีศาจหรือว่าสัตว์ลึกลับ ก้อว่ากันไปนั่นเนาะ ปัจจุบันก้อยังเป็นประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่อย่างไม่รู้จบ จามีเงื่อนงำบ้างมั๊ยเนี่ยน้า สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเงื่อนงำ เกินกว่าปัญญาของมนุษย์จะแก้ได้

ทางนักวิชาการก้อมีการเสนอทฤษฎีต่างๆนานา บ้างก้อว่าเกิดจากความผิดปกติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า บ้างก้อว่าเกิดจาอำนาจของสิ่งบินลึกลับ หรือที่เราเรียกกันว่า UFO จนคล่องปาก เป็นเวลานานมาก ที่เจ้าดินแดนปริศนาแห่งนี้ ลือกันไปจนทั่วโลก ในฐานะของดินแดนมรณะที่ดูดกลืนชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่สัญจรผ่านไปในบริเวณนั้น

ตามสภาพภูมิศาสตร์ทางที่ตั้ง บริเวณนี้เป็นบริเวณที่แปรปรวนมาก เพราะมีทั้งกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นไหลมาผสมปนเปกัน จนบางทีก้อเกิดสภาพอากาศแบบแปรปรวนกระทันหัน นี่แหละคือตัวอันตรายที่จะไม่สามารถพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้เลย นอกจากนี้ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ายังจัดเป็นเขตอันตรายที่มักปรากฎคลื่นขนาดยักษ์ที่เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง อะไรที่ขวางหน้า กวาดไปเรียบน่ะ ไม่มีเหลือซาก หุหุ

คลื่นบางลูกก้อทำให้เกิดสะดือทะเล คือผืนน้ำจะเปิดเป็นช่อง หมุนเป็นเกลียวดูดกลืนทุกอย่างเข้าสู่วังวน เรือที่หมุนเข้าไปก้อจะพลิกคว่ำและอับปางได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่สาเหตุที่กล่าวมา ก้อยังไม่ดึงดูดใจนักลึกลับศาสตร์แม้แต่น้อย

อีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจ ที่มินคิดว่ามีคนสนใจสนับสนุนน้อยก้อคือ มีสิ่งมีชีวิตบางประเภทที่อยู่นอกสารบบของวงการชีววิทยาปัจจุบันค่ะ เพราะว่ามีข่าวลือมากมายจริงๆ กับการค้นพบเจ้าปลาหมึกยักษ์ยาวหลายร้อยฟุต จนไปถึงงูยักษ์หรือว่าเจ้าพวกมังกรทะเล ซึ่งแต่ละปีมีการรายงานสัตว์ตัวยักษ์จำนวนมากทีเดียวในบริเวณนี้ แต่ก้ออีกนั่นแหละที่เป็นไปไม่ค่อยได้คือเจ้าสัตว์เหล่านี้ จะมีปัญญาสยบเครื่องบินที่บินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างไร

และแล้วเจ้า UFO ก้อเข้ามาเกี่ยวข้องอีกจนได้ แต่เค้าก้อมีเหตุผลน่าสนับสนุนนะคะ เค้าบอกว่ามีรายงานการพบเห็น UFO บ่อยๆ หรือที่เรียกว่าสิ่งบินลึกลับ จากเรด้าสถานีชายฝั่งที่สามารถจับสัญญาณได้

มีเหตุการณ์ประหลาดๆ มากมาย พบว่าตั้งแต่ปี คศ.1963-1973 เรือ60ลำ และผู้โดยสาร 900 คนสูญหายโดยไม่มีการส่งสัญญาณ SOS เลย หรือแม้กระทั่งเครื่องบินที่มีรายงานว่า มีคลื่นแทรกรบกนระบบมาก จนไม่สามารถจับสัญญาณอะไร การติดต่อเป็นเสียงขาดๆ จางๆ มีปรากฎการณ์”หมอกเรืองแสงสีขาว” พื้นน้ำเป็นสีขาว เข็มทิศหมุนติ้ว แล้วก้อจากหายไป จึงมีการขนานนาม เจ้าสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า นี้ว่า “ทะเลปีศาจ”(Devil sea)

หนังสือบางเล่มบอกเอาไว้ว่า เจอเครื่องบินบนดาวอังคาร แต่ว่านั่นคือเครื่องบินที่หายสาปสูญในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเมื่อสิบปีที่แล้ว เหอๆ น่ากัวงะ สงสัยต้องให้ผู้มีความสามารถสูงหรือว่า คนเหนือคนที่มีพลังจิตหรือว่าพลังพิศวงศึกษาแร้วมั้งคะ อิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s